ข้อสอบปลายภาคให้นักศึกษาทำลงในบล็อกของนักศึกษาทุกข้อทุกข้อ มี 10 ข้อ
1.คำว่า จรรยาบรรณ จริยธรรม คุณธรรม ค่านิยม
จารีตประเพณี กฎหมาย ให้นักศึกษาให้คำนิยาม
และสรุปว่าคำเหล่านี้เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
ตอบ จริยธรรม
หมายถึง คุณความดีที่ใช้เป็นข้อปฏิบัติในการประพฤติที่ดีที่ชอบ
โดยมีพื้นฐานมาจากกฎหมายหรือศีล หรือจากประเพณีวัฒนธรรมของคนในแต่ละสังคม
จรรยาบรรณ หมายถึง หลักความประพฤติปฏิบัติอันเหมาะสมแสดงถึงคุณธรรมและจริยธรรมที่พึงปฏิบัติในการประกอบวิชาชีพที่บุคคลในแต่ละวิชาชีพได้ประมวลขึ้นเป็นหลัก
เพื่อให้สมาชิกในสาขาวิชาชีพนั้น ๆ ยึดถือปฏิบัติ โดยมุ่งเน้นถึงจริยธรรมปลูกฝัง
และเสริมสร้างให้สมาชิกมีจิตสำนึกบังเกิดขึ้นในตนเองเกี่ยวกับการประพฤติปฏิบัติในทางที่ถูกที่ควร
และมุ่งหวังให้สมาชิกได้ยึดถือ เพื่อรักษาชื่อเสียงและส่งเสริมเกียรติคุณของสมาชิก
และสาขาวิชาชีพของตน
คุณธรรม หมายถึง
ความดีงามที่ถูกปลูกฝังขึ้นในจิตใจ จนเกิดจิตสำนึกที่ดี มีความกตัญญู
เป็นต้น
ค่านิยม หมายถึง
สิ่งที่สังคมถือว่ามีค่าพึงปรารถนาต้องการให้เป็นเป้าหมายของสังคมและปลูกฝังให้สมาชิกของสังคมยึดถือเป็นเป้าหมายในการดำเนินชีวิตควรหลีกเลี่ยง
เช่น ความยากจน สิ่งมีคุณค่า น่าปรารถนา
หรือนำความสุขมาให้มีทั้งเป็นวัตถุและไม่เป็นวัตถุ
จารีตประเพณี หมายถึง
ระเบียบแบบแผนหรือแนวทางการประพฤติปฏิบัติที่สืบทอดกันมาช้านานและเป็นที่ยอมรับของคนในสังคม
ซึ่งแต่เดิมนั้นกฎหมายก็มีที่มาหรือได้รับแนวทางจากจารีตประเพณีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
กฎหมาย หมายถึง
คำสั่งหรือข้อบังคับความประพฤติของมนุษย์ ซึ่งผู้มีอำนาจสูงสุด หรือรัฏฐาธิปัตย์
เป็นผู้บัญญัติขึ้นผู้ใดฝ่าฝืน มีสภาพบังคับ
จะเห็นได้ว่า จรรยาบรรณ
จริยธรรม คุณธรรม ค่านิยม จารีตประเพณี กฎหมาย แต่ละคำนั้นล้วนแต่จะมีความหมายที่แตกต่างกันไป
แต่ในความหมายของแต่ละคำนั้นล้วนเป็นสิ่งที่เราจะต้องทำ
และยึดถือปฏิบัติในสิ่งนั้นเหมือนกัน
2. ในสังคมทุกวันนี้ กฎหมาย เข้ามาเกี่ยวข้องและมีบทบาทต่อมนุษย์อย่างไร หากไม่มีจะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามีกฎหมายจริงหรือที่ว่าสามารถใช้บังคับได้ สังคมทุกวันนี้สงบตามที่นักกฎหมายได้บัญญัติขึ้น จงให้เหตุผลยกตัวอย่าง
ตอบ กฏหมาย เข้ามามีบทบาทในการลงโทษ
บุคคลที่กระทำความผิด หรือ กระทำในสิ่งที่สังคมเชื่อว่าสิ่งนั่้น มีความเลวร้าย
จึงสมควรได้รับโทษ หากบ้านเมืองไม่มีกฎหมายบังคับใช้
บ้านเมืองก็คงมีแต่ความวุ่นวาย ผู้คนในสังคมก็จะกระทำการสิ่งใดตามใจตนเอง
บ้านเมืองเกิดความขัดเเย้ง รบราฆ่าฟัน เพื่อความอยู่รอดของตนเอง กฎหมายจึงมีความสำคัญ
1. กฎหมายสร้างความเป็นระเบียบเรัยบร้อยแก่สังคมและประเทศชาติ
เมื่อทุกคนรู้และปฎิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้องแล้วย่อมไม่เกิดปัญหา และข้อพิพาทระหว่างกันสังคมยอม เป็นระเบียบและมีความสุขอันจะเป็นผลดีต่อประเทศสืบต่อไป
2. การบริหารราชการแผ่นดินและการปกครองบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ประเทศใดประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจและปฎิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดก็จะทำให้การบริหารประเทศเป็นไปด้วยดี และมีส่วนทำให้มีการพัฒนาเป็นไปอย่างรวดเร็ว ดังตัวอย่างเช่น เมื่อประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ของตนที่มีต่อประเทศชาติก็จะสามารถปฎิบัติหน้าที่ของตนได้อย่างครบถ้วน เช่น หน้าที่ในการป้องกันประเทศ หน้าที่ในการเสียภาษี หน้าที่ในการเป็นทหารรับใช้ชาติ เป็นต้น
3. สังคมจะสงบสุขเมื่อทุกคนปฎิบัติตามกฎหมาย
และรู้ว่าตนมีสิทธิของตนอยู่เพียงไร ไม่ไปล่วงล้ำสิทธิของผู้อื่น ถ้าทุกคนปฎิบัติตามขอบเขตของกฎหมาย ก็จะไม่การทะเลาะวิวาทกัน เช่นทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการพูด การเขียน แต่ต้องปฏิบัติตนอยู่ในขอบเขต ไม่ดูหมินเหยียดหยามผู้อื่นเพราะอาจทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันได้
4. กฎหมายสร้างความเท่าเทียมในความเป็นมนุษย์
เพราะกฎหมายจะมีข้อบังคับแก่ทุกคน ดังนั้นไม่ว่า ใครก็ตามที่ประพฤติผิดกฎหมาย หรือถูกผู้อื่นเอาเปรียบ ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีฐานะร่ำรวย ฐานะยากจน หรือเป็นผู้ที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานระดับสูงเพียงใดก็ตามไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงกฎหมายได้ ต้องรับโทษตามความผิด
5. กฎหมายเป็นกฎเกณฑ์ที่สำคัญ เพื่อก่อให้เกิดความยุติธรรม
ในกรณีที่เกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้น มีการฟ้องร้องคดีกัน เพื่อขอความยุติธรรมจากศาล ศาลก็ต้องตัดสินโดยยึดตัวบทกฎหมายเป็นหลักในการพิจารณาคดี เพื่อให้ทุกคนได้รับความยุติธรรมเท่าเทียมกัน
การมีส่วนร่วมของประชาชน
การมีส่วนร่วมทางการเมืองเป็นหลักสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชน รวมทั้งเป็นตัวบ่งชี้วัดว่าสังคมมีความเป็นประชาธิปไตยมากน้อยเพียงใด กล่าวคือ ถ้าประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองสูง แสดงว่าสังคมนั้นมีการพัฒนาทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยสูงและเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงอุดมการณ์ทางการเมืองของประชาชน
อีกด้วย เช่น
1. การไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง
เพื่อลงคะแนนเสียงตามความเห็นชอบ ในการเลือกผู้ที่เข้าไปทำหน้าที่แทนตนเองในการบริหารท้องถิ่น ประเทศชาติ และกฎหมายเป็นต้น
2.การเข้าชื่อเสนอกฎหมาย
หากเห็นว่ากฎหมายใดที่เกี่ยวข้องกับสิทธิและเสรีภาพของประชาชน โดยจะต้องรวบรวมรายชื่อไม่น้อยไปกว่า 10,000 คน
3.รวมตัวจัดตั้งพรรคการเมือง
เพื่อจัดทำกิจกรรมต่างๆทางการเมือง
4.การถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและข้าราชการระดับสูง
สามารถกระทำได้โดยผู้มีสิทธฺเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 20,000 คน มีสิทธิเข้าร้อง ขอต่อประธานวุฒิสมาชิก เพื่อให้มีมติถอดกอนนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกผู้แทนราษฏร
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงที่มีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติส่อไปในทางทุจริต เป็นต้น
5.การออกเสียงประชามติ
เป็นการเปิดโอกาสให้กับประชาชนเช้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆที่มีผลต่อประเทศชาติและประชาชน
นอกจากนี้ ยังได้มีการเพิ่มอำนาจประชาชน ในการเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครองท้องถิ่น ซึ่งเป็นกรกระจายอำนาจการตัดสินใจลงสู่ระดับท้องถิ่น โดยประชาชนในพื้นที่ดูแลตรวจสอบการใช้อำนาจของผู้บริหารท้องถิ่น และที่สำคัญยังเปิดให้ประชาชน ห้าหมื่นคน เข้าเสนอชื่อขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองตามระบอบประชาธิปประไตย
เมื่อทุกคนรู้และปฎิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้องแล้วย่อมไม่เกิดปัญหา และข้อพิพาทระหว่างกันสังคมยอม เป็นระเบียบและมีความสุขอันจะเป็นผลดีต่อประเทศสืบต่อไป
2. การบริหารราชการแผ่นดินและการปกครองบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ประเทศใดประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจและปฎิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดก็จะทำให้การบริหารประเทศเป็นไปด้วยดี และมีส่วนทำให้มีการพัฒนาเป็นไปอย่างรวดเร็ว ดังตัวอย่างเช่น เมื่อประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ของตนที่มีต่อประเทศชาติก็จะสามารถปฎิบัติหน้าที่ของตนได้อย่างครบถ้วน เช่น หน้าที่ในการป้องกันประเทศ หน้าที่ในการเสียภาษี หน้าที่ในการเป็นทหารรับใช้ชาติ เป็นต้น
3. สังคมจะสงบสุขเมื่อทุกคนปฎิบัติตามกฎหมาย
และรู้ว่าตนมีสิทธิของตนอยู่เพียงไร ไม่ไปล่วงล้ำสิทธิของผู้อื่น ถ้าทุกคนปฎิบัติตามขอบเขตของกฎหมาย ก็จะไม่การทะเลาะวิวาทกัน เช่นทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการพูด การเขียน แต่ต้องปฏิบัติตนอยู่ในขอบเขต ไม่ดูหมินเหยียดหยามผู้อื่นเพราะอาจทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันได้
4. กฎหมายสร้างความเท่าเทียมในความเป็นมนุษย์
เพราะกฎหมายจะมีข้อบังคับแก่ทุกคน ดังนั้นไม่ว่า ใครก็ตามที่ประพฤติผิดกฎหมาย หรือถูกผู้อื่นเอาเปรียบ ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีฐานะร่ำรวย ฐานะยากจน หรือเป็นผู้ที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานระดับสูงเพียงใดก็ตามไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงกฎหมายได้ ต้องรับโทษตามความผิด
5. กฎหมายเป็นกฎเกณฑ์ที่สำคัญ เพื่อก่อให้เกิดความยุติธรรม
ในกรณีที่เกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้น มีการฟ้องร้องคดีกัน เพื่อขอความยุติธรรมจากศาล ศาลก็ต้องตัดสินโดยยึดตัวบทกฎหมายเป็นหลักในการพิจารณาคดี เพื่อให้ทุกคนได้รับความยุติธรรมเท่าเทียมกัน
การมีส่วนร่วมของประชาชน
การมีส่วนร่วมทางการเมืองเป็นหลักสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชน รวมทั้งเป็นตัวบ่งชี้วัดว่าสังคมมีความเป็นประชาธิปไตยมากน้อยเพียงใด กล่าวคือ ถ้าประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองสูง แสดงว่าสังคมนั้นมีการพัฒนาทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยสูงและเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงอุดมการณ์ทางการเมืองของประชาชน
อีกด้วย เช่น
1. การไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง
เพื่อลงคะแนนเสียงตามความเห็นชอบ ในการเลือกผู้ที่เข้าไปทำหน้าที่แทนตนเองในการบริหารท้องถิ่น ประเทศชาติ และกฎหมายเป็นต้น
2.การเข้าชื่อเสนอกฎหมาย
หากเห็นว่ากฎหมายใดที่เกี่ยวข้องกับสิทธิและเสรีภาพของประชาชน โดยจะต้องรวบรวมรายชื่อไม่น้อยไปกว่า 10,000 คน
3.รวมตัวจัดตั้งพรรคการเมือง
เพื่อจัดทำกิจกรรมต่างๆทางการเมือง
4.การถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและข้าราชการระดับสูง
สามารถกระทำได้โดยผู้มีสิทธฺเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 20,000 คน มีสิทธิเข้าร้อง ขอต่อประธานวุฒิสมาชิก เพื่อให้มีมติถอดกอนนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกผู้แทนราษฏร
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงที่มีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติส่อไปในทางทุจริต เป็นต้น
5.การออกเสียงประชามติ
เป็นการเปิดโอกาสให้กับประชาชนเช้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆที่มีผลต่อประเทศชาติและประชาชน
นอกจากนี้ ยังได้มีการเพิ่มอำนาจประชาชน ในการเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครองท้องถิ่น ซึ่งเป็นกรกระจายอำนาจการตัดสินใจลงสู่ระดับท้องถิ่น โดยประชาชนในพื้นที่ดูแลตรวจสอบการใช้อำนาจของผู้บริหารท้องถิ่น และที่สำคัญยังเปิดให้ประชาชน ห้าหมื่นคน เข้าเสนอชื่อขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองตามระบอบประชาธิปประไตย
3. พระราชบัญญัติการการศึกษา มีหลักในการจัดการศึกษาและแนวการจัดการศึกษาทำได้อย่างไร จงอธิบาย
ตอบ การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด
ผู้เรียนทุกคน สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้
ดังนั้นกระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน
ได้พัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ การจัดการศึกษาทั้งสามรูปแบบในหมวด 3 ต้องเน้นทั้งความรู้ คุณธรรม และ กระบวนการเรียนรู้
ในเรื่องสาระความรู้ ให้บูรณาการความรู้และทักษะด้านต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับแต่
ละระดับการศึกษา ได้แก่
ด้านความรู้เกี่ยวกับตนเองและความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับสังคม
ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปัญญาไทย
และการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา ด้านภาษา โดยเฉพาะการใช้ภาษาไทย ด้านคณิตศาสตร์ ด้านการประกอบอาชีพ
และการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข
ในเรื่องการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมที่สอดคล้องกับ
ความสนใจ ความถนัดของผู้เรียน และความแตกต่างระหว่างบุคคล รวมทั้งให้ฝึกทักษะ
กระบวนการคิด การจัดการการเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ความรู้มาใช้ป้องกันและแก้ปัญหา
จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติจริง ผสมผสานสาระความรู้ด้านต่าง ๆ อย่างสมดุล
และปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ในทุกวิชา นอกจากนั้น
ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ยังต้องส่งเสริมให้ผู้สอน จัดบรรยากาศ
และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้
ใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้
ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อและแหล่งวิทยาการประเภทต่าง ๆ
จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลา ทุกสถานที่
มีการประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองและชุมชน รวมทั้งส่งเสริมการดำเนินงาน และการจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบ
การประเมินผลผู้เรียน ให้สถานศึกษาพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ความ ประพฤติ
การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรม และการทดสอบ
ส่วนการจัดสรรโอกาสการเข้าศึกษาต่อ
ให้ใช้วิธีการที่หลากหลายและนำผลการประเมินผู้เรียนมาใช้ประกอบด้วย
หลักสูตรการศึกษาทุกระดับและทุกประเภท ต้องมีความหลากหลาย โดยส่วน
กลางจัดทำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เน้นความเป็นไทยและความเป็นพลเมืองดี
การดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อและให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดทำหลักสูตรในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม
ภูมิปัญญาท้องถิ่น และคุณลักษณะของสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชนสังคมและประเทศชาติ
สำหรับหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษาเพิ่มเรื่องการพัฒนาวิชาการ
วิชาชีพชั้นสูงและการค้นคว้าวิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และสังคมศึกษา
4. ในฐานะที่นักศึกษาทุกคนทราบว่าประเทศไทยขณะนี้อยู่ในช่วงปฏิวัติ นักศึกษาคิดว่าประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจาก สาเหตุอย่างไร วิธีการที่คณะรัฐบาลทหารแก้ไขอยู่นี้น่าจะดีหรือไม่ดีจงให้เหตุผลและอธิบาย
ตอบ ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจาก
ประเด็นแรก รัฐบาลต้องติดกับดัก “เผด็จการ”
ประกอบด้วย 3 เหตุผล
ประเด็นที่สอง การปราบคอร์รัปชัน
ประเด็นที่สาม ระบบการคมนาคมขนส่ง
ประเด็นที่สี่ ภาคการเกษตร
ประเด็นที่ห้า การจัดการเรื่องราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค
ประเด็นที่หก การควบคุมราคาสลากกินแบ่งรัฐบาล
ประเด็นที่เจ็ด ปัญหาเรื่องสาธารณสุข
ประเด็นที่แปด ภาคเศรษฐกิจ
ประเด็นที่เก้า การสร้างความปรองดอง
วิธีการที่คณะรัฐบาลทหารแก้ไขอยู่นี้น่าจะดี เพราะ
มาถึงวันนี้การทำงานของ “รัฐบาลพลเอก
ประยุทธ์” ด้วยข้อแตกต่างในการเข้ามาบริหารประเทศจากการรัฐประหารและได้ชื่อว่าเป็น
“รัฐบาลทหาร” ที่มีการใช้อำนาจมากที่สุด
ทั้งนี้เพราะได้รับบทเรียนมาจากการรัฐประหารเมื่อปี 2549 ที่หลายฝ่ายมองว่าไม่เด็ดขาด
ในยุคนี้จึงเข้าไปคุมเข้มและสอดแทรกทุกหย่อมหญ้า แม้กระทั่งในสถาบันการศึกษา
ที่ฝ่ายทหารเชื่อว่ามีขบวนการใต้ดินที่ใช้นักศึกษาเป็นเครื่องมือในการต่อต้านรัฐบาล
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
สิ่งที่ปรากฏให้เห็นว่าเป็นการใช้อำนาจมากที่สุดก็คือการยังคงอำนาจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ด้วยอำนาจที่มีมากมายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จึงอาจเป็นดาบสองคมที่ทำให้ต้องเผชิญกับปัญหาและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมาย โดยเฉพาะในสายตาของนักวิชาการหลายท่าน รวมไปถึงจากสถาบันทีดีอาร์ไอ ได้สรุปผลงานของรัฐบาลไว้อย่างน่าสนใจ
5.ความเคลื่อนไหวทางการศึกษากระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศมีการปฏิรูปขึ้น หากหน่วยงานทางการศึกษา เช่นเขตพื้นที่ประถมศึกษา เขตพื้นที่มัธยมศึกษา มีการยุบ และได้มีการนำสถานศึกษาขั้นพื้นฐานไปสู่จังหวัดในรูปแบบองค์คณะบุคคลเช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดขึ้นตรงต่อผู้ว่าราชการจังหวัดท่านเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไรจงอธิบาย
สิ่งที่ปรากฏให้เห็นว่าเป็นการใช้อำนาจมากที่สุดก็คือการยังคงอำนาจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ด้วยอำนาจที่มีมากมายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จึงอาจเป็นดาบสองคมที่ทำให้ต้องเผชิญกับปัญหาและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมาย โดยเฉพาะในสายตาของนักวิชาการหลายท่าน รวมไปถึงจากสถาบันทีดีอาร์ไอ ได้สรุปผลงานของรัฐบาลไว้อย่างน่าสนใจ
5.ความเคลื่อนไหวทางการศึกษากระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศมีการปฏิรูปขึ้น หากหน่วยงานทางการศึกษา เช่นเขตพื้นที่ประถมศึกษา เขตพื้นที่มัธยมศึกษา มีการยุบ และได้มีการนำสถานศึกษาขั้นพื้นฐานไปสู่จังหวัดในรูปแบบองค์คณะบุคคลเช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดขึ้นตรงต่อผู้ว่าราชการจังหวัดท่านเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไรจงอธิบาย
ตอบ
เห็นด้วย เพราะ
1 การบูรณาการงานระดับพื้นที่ โครงสร้างการบริหารจัดการแบบเดิมของกระทรวงศึกษาธิการในส่วนภูมิภาคนั้น
จะพบว่ามีปัญหาเรื่องการบูรณาการในการดำเนินงานของระดับพื้นที่ต่าง ๆ
ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนในระดับต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งโรงเรียนในระดับเดียวกัน ภายในจังหวัดเดียวกันก็ยังไม่เชื่อมโยง
อีกทั้งโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
จะหลุดวงโคจรจากการบริหารจัดการโดยสิ้นเชิง เนื่องจากต่างคนต่างบริหารจัดการ
แม้ว่าทุกหน่วยงานจะได้รับแนวทางและนโยบายจากกระทรวงศึกษาธิการไปดำเนินการ
แต่เมื่อถึงเวลาดำเนินการจริงจะไม่มีความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ตัวอย่างเช่น
ในเขตพื้นที่การศึกษาของจังหวัดหนึ่ง
อาจจะมีเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจำนวนมาก
ซึ่งแต่ละเขตก็จะไม่ได้หารือกัน ทำให้ยากต่อการบูรณาการระดับพื้นที่ ทำให้ขับเคลื่อนนโยบายในการบริหารงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างเป็นเอกภาพ
ในขณะที่โครงสร้างแบบเดิมดำเนินการในส่วนนี้ได้ยาก
2 ช่วงการบังคับบัญชากว้าง อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกิดปรับโครงสร้าง
คือ การที่มีช่วงการบังคับบัญชากว้าง กล่าวคือ
เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานต้องกำกับดูแลผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาทั้งหมด
225 คน เทียบอัตราส่วน 1 ต่อ 225
ส่วนเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาก็มีภาระหนักขึ้น
เนื่องจากมีสถานศึกษาอาชีวศึกษาของรัฐและเอกชนรวมกันถึง 886 แห่ง
ซึ่งโครงสร้างใหม่จะทำให้สัดส่วนในการกำกับดูแลน้อยลง ด้วยการที่ รมว.ศึกษาธิการ
กำกับดูแลสำนักงานศึกษาธิการภาค 18 แห่ง
จากนั้นสำนักงานศึกษาธิการภาค 18 แห่ง
จะกำกับดูแลสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด 77 จังหวัด
ต่างจากแบบเดิมที่คุมคนเยอะ ทำให้ดูแลกันไม่ทั่วถึง
3 เพิ่มความเป็นเอกภาพในการบริหารจัดการศึกษา นอกจากนี้
การดำเนินงานตามโครงสร้างแบบเดิมพบว่า ทั้ง สพฐ.และ สำนักงาน ก.ค.ศ.
ต่างคนต่างดำเนินการไม่บูรณาการซึ่งกันและกัน โดย สพฐ. ทำหน้าที่ดูแลศึกษานิเทศก์
และคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา (กพท.) ส่วน สำนักงาน ก.ค.ศ.จะกำกับดูแล
อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ ที่มีอำนาจดูแลเรื่องการบริหารงานบุคคล โครงสร้างแบบใหม่จะยุบ
กพท. และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ แต่ สพฐ. จะยังคงทำหน้าที่ประเมินผลและนิเทศเช่นเดิม
ตลอดจนเรื่องการจัดสรรงบประมาณและงานบริหารทั่วไป
ส่วนการบริหารงานวิชาการจะเข้าบอร์ดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด
ซึ่งจะเป็นหน่วยงานที่ดูในภาพรวม ดังนั้น ทั้ง 2 ส่วนงานที่ถูกยุบไปไม่ได้หายไปไหน
แต่ย้ายไปอยู่บอร์ดใหญ่ของผู้ว่าราชการจังหวัด
4 ความคล่องตัวในการบริหารงานบุคคล ที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการพบปัญหาเรื่องความคล่องตัวในการบริหารงานบุคคล
4 ประการ ได้แก่ การเกลี่ยครูหรือเปลี่ยนครูข้ามเขต, การบรรจุครูใหม่ในแต่ละเขต, การคัดเลือกผู้อำนวยการโรงเรียน
และการดำเนินการทางวินัย
ปัญหาดังกล่าวที่ดำเนินการโดยโครงสร้างเดิมนั้นไม่ทันต่อเวลา
จึงได้ปรับโครงสร้างใหม่ที่จะทำในรูปแบบของจังหวัด
ซึ่งจะพิจารณาได้ในขอบข่ายที่กว้างขึ้น เช่น การเปลี่ยนครูในโรงเรียนที่ขาดก็จะทำได้ดีขึ้น
การบรรจุครูใหม่ก็เช่นเดียวกัน
ส่วนผู้อำนวยการโรงเรียนก็มีตัวเลือกที่จะสามารถหมุนเวียนได้มากกว่าเดิม
ทำให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารงานมากขึ้น
6.ในฐานะที่นักศึกษาจะลงไปฝึกสอนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน วิชากฎหมายนี้นักศึกษาสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไรจงยกตัวอย่างที่นักศึกษาคิดว่านำไปปฏิบัติกับตัวนักศึกษาและนักเรียนได้ ยกตัวอย่างอธิบายพร้อมเหตุผลทำไมจึงทำเช่นนั้น
ตอบ ในฐานะที่เราจะไปนักศึกษาฝึกสอนในสถานศึกษา
วิชากฎหมายนี้ถือได้มีความสำคัญเป็นอย่างมาก
เปรียบเสมือนแนวทางในการปฏิบัติตัวเองในสถานศึกษา
เป็นภูมิคุ้มกันตัวเองในการฝึกสอน ต้องรู้จักว่าสิ่งใดทำได้
สิ่งใดไม่สามารถกระทำได้เพราะถ้าหราเราไปกระทำตัวผิด ตามกฎหมายอาจจะเกิดความเสียหายได้ในภายหลัง
วิชากฎหมายสามารถนำไปใช้ประโยชน์
ตัวอย่างเช่น การศึกษาและเข้าใจในเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวกับการศึกษาและพระราชบัญญัติของการศึกษา
ทำให้สามารถนำไปปรับใช้ในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ โดยถ้ามีความรู้และความเข้าใจสามารถนำไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติตน
เมื่อรู้ว่าข้อบังคับหรือกฎต่างๆ ทีเกี่ยวข้องกับการศึกษา ทำให้เราหลีกเหลี่ยงการทำผิดกฎได้และสามารถทำให้เราปฏิบัติตามกรอบของบังคับทีกฎหมายกำหนด
ส่วนการนำไปปฏิบัติกับตัวนักเรียน เมื่อเราไปเป็นครูหรือออกไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพ
เราสามารถนำความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการศึกษาไปปรับใช้ในการสอนนักเรียน
เช่น การพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ
การให้สถานศึกษาจัดการประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน
ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน
7. คำว่าการประกันคุณภาพมีความหมายอย่างไร
มีหลักการประกันอย่างไร ถ้าหน่วยงานของต้นสังกัดลงมือทำเองเรียกว่าอะไรเข้ามีวิธีการทำอย่างไร
หากนอกสังกัดเขาลงมือทำเขาเรียนว่าอะไร มีขั้นตอนการดำเนินงานอย่างไร
(ให้ตอบเฉพาะของการศึกษาขั้นพื้นฐาน)
ตอบ
การประกันคุณภาพ หมายถึงกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งได้รับการวางแผนและจัดระบบแล้วในกระบวนการบริหารคุณภาพ
ที่ช่วยสร้างความมั่นใจว่าจะได้คุณภาพตามที่กำหนดไว้
การประกันคุณภาพการศึกษามีหลักการดังนี้
สร้างความมั่นใจและความพึงพอใจในคุณภาพการศึกษา
การป้องกันปัญหา ต้องมีการวางแผนและการเตรียมการ
ตั้งมั่นบนหลักวิชาในการพัฒนาหลักวิชาชีพ
การดำเนินงานสามารถติดตามตรวจสอบและประเมินตนเองได้
การดำเนินงานเน้นคุณภาพในการปฏิบัติงานทุกระดับทุกขั้นตอน
การสร้างความรู้ ทักษะ และความมั่นใจให้กับบุคลากรในสถานศึกษา
การประสานสัมพันธ์ในองค์กรและบุคลากรในพื้นที่
การเน้นภาวะผู้นำของผู้บริหาร
8. ในฐานะที่ท่านจะเป็นครูมืออาชีพท่านจะต้องนำวิชากฎหมายและการประกันคุณภาพมาประยุกต์ใช้ได้อย่างไร
ตั้งแต่เรื่องการจัดการเรียนการสอน ชุมชน การดูแลนักเรียน
ขอให้ตอบโดยนำหลักคิดมาประยุกต์ใช้
ตอบ
เราสามารถนำวิชากฎหมายและการประกันคุณภาพมาประยุกต์ใช้ได้ปรับปรุงได้โดยการรู้จัก
แก้ไขการปฏิบัติงานที่พบว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน
และมาตรฐานคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ติดตาม ตรวจสอบแก้ไขปรับปรุงการปฏิบัติงานที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงานและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา
ตามระยะเวลาที่เหมาะสมที่ผู้ปฏิบัติได้กำหนดไว้ว่าจะแก้ไขเสร็จ ทั้งนี้
เพื่อให้แน่ใจว่า ข้อบกพร่องที่พบ ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง สรุปผลการตรวจสอบ
และรายงานผลการตรวจสอบการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาโดยการจัดทำรายงานผลการประเมินตนเอง
สำหรับงานที่มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้
ให้พัฒนาการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพดี
ยิ่ง ๆ ขึ้นต่อไป
9. วิชานี้ท่านคิดว่าเรียนไปแล้วมีประโยชน์หรือไม่
ถ้านักศึกษาไม่ได้เรียนก่อนฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูน่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง โปรดยกตัวอย่างประกอบการอธิบายและเมื่อได้เรียนแล้วจะได้ระมัดระวังอย่างไร
ตอบ วิชากฎหมายและการประกันคุณภาพการศึกษา
เป็นวิชาที่มีความสำคัญมากกับนักศึกษาวิชาชีพครู
เพราะถ้าไม่ได้เรียน เราก็อาจจะไม่ให้ความสำคัญกับมันเลย
และไม่ทราบถึงรายละเอียด ข้อห้าม หรือกฎบังคับ เกี่ยวกับ การศึกษา
ซึ่งถ้าเราประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่เป็นข้อห้าม ก็อาจจะส่งผลเสียต่อตัวเราเอง
ซึ่งหลังจากการได้รับการเรียนรู้ในรายวิชานี้ ทำให้นักศึกษาต้องยึดหลักในการปฏิบัติ
เเละให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก
และนักศึกษามีความรู้ความเข้าใจในรายละเอียดที่ค่อนข้างลึกซึ้งมาก
ดังนั้นในการทำความเข้าใจในเนื้อหา ต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างมาก
เเต่ก็เป็นประโยชน์ต่อผู้เป็นครูในอนาคต
10. การสอนแบบใช้เทคโนโลยีเวบล็อกผสมผสานกับรายงานของนักศึกษา นักศึกษาคิดว่ามีประโยชน์หรือไม่อย่างไรจงแสดงความคิดเห็นตามแนวคิดของนักศึกษา.
ตอบ สำหรับตัวดิฉันเอง
การเรียนในรายวิชานี้นับว่ามีประโยชน์ต่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย ได้ใช้
ทักษะทางด้านเทคโนโลยีเข้ามาบูรณาการณ์ในการเรียนรู้ร่วมกันกับครูผู้สอนและเพื่อนๆในห้อง
ผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต หลายครั้งที่มีปัญหา ครูผู้สอนก็ให้คำแนะนำเป็นอย่างดี
จนทำให้ดิฉันมี บล็อกเป็นของตนเอง เพื่อการนำไปสู่การเรียนในรูปแบบใหม่ๆ
ที่ไม่เคยได้เรียนในรายวิชาอื่นเหมาะสมกับความก้าวหน้าในปัจจุบันของโลกโลกาวิวัฒน์
และทำให้ผู้เรียนค้นหาข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น
และที่สำคัญเป็นการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ทำให้ผู้เรียนได้เกดการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น