วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2559

ข้อสอบปลายภาค

ข้อสอบปลายภาคให้นักศึกษาทำลงในบล็อกของนักศึกษาทุกข้อทุกข้อ มี 10  ข้อ

1.คำว่า จรรยาบรรณ จริยธรรม คุณธรรม ค่านิยม จารีตประเพณี  กฎหมาย ให้นักศึกษาให้คำนิยาม และสรุปว่าคำเหล่านี้เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
ตอบ       จริยธรรม หมายถึง คุณความดีที่ใช้เป็นข้อปฏิบัติในการประพฤติที่ดีที่ชอบ โดยมีพื้นฐานมาจากกฎหมายหรือศีล หรือจากประเพณีวัฒนธรรมของคนในแต่ละสังคม
จรรยาบรรณ หมายถึง หลักความประพฤติปฏิบัติอันเหมาะสมแสดงถึงคุณธรรมและจริยธรรมที่พึงปฏิบัติในการประกอบวิชาชีพที่บุคคลในแต่ละวิชาชีพได้ประมวลขึ้นเป็นหลัก เพื่อให้สมาชิกในสาขาวิชาชีพนั้น ๆ ยึดถือปฏิบัติ โดยมุ่งเน้นถึงจริยธรรมปลูกฝัง และเสริมสร้างให้สมาชิกมีจิตสำนึกบังเกิดขึ้นในตนเองเกี่ยวกับการประพฤติปฏิบัติในทางที่ถูกที่ควร และมุ่งหวังให้สมาชิกได้ยึดถือ เพื่อรักษาชื่อเสียงและส่งเสริมเกียรติคุณของสมาชิก และสาขาวิชาชีพของตน
คุณธรรม  หมายถึง   ความดีงามที่ถูกปลูกฝังขึ้นในจิตใจ  จนเกิดจิตสำนึกที่ดี  มีความกตัญญู  เป็นต้น
ค่านิยม หมายถึง สิ่งที่สังคมถือว่ามีค่าพึงปรารถนาต้องการให้เป็นเป้าหมายของสังคมและปลูกฝังให้สมาชิกของสังคมยึดถือเป็นเป้าหมายในการดำเนินชีวิตควรหลีกเลี่ยง เช่น ความยากจน สิ่งมีคุณค่า น่าปรารถนา หรือนำความสุขมาให้มีทั้งเป็นวัตถุและไม่เป็นวัตถุ
จารีตประเพณี  หมายถึง ระเบียบแบบแผนหรือแนวทางการประพฤติปฏิบัติที่สืบทอดกันมาช้านานและเป็นที่ยอมรับของคนในสังคม ซึ่งแต่เดิมนั้นกฎหมายก็มีที่มาหรือได้รับแนวทางจากจารีตประเพณีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
กฎหมาย หมายถึง คำสั่งหรือข้อบังคับความประพฤติของมนุษย์ ซึ่งผู้มีอำนาจสูงสุด หรือรัฏฐาธิปัตย์
เป็นผู้บัญญัติขึ้นผู้ใดฝ่าฝืน มีสภาพบังคับ
                จะเห็นได้ว่า จรรยาบรรณ จริยธรรม คุณธรรม ค่านิยม จารีตประเพณี  กฎหมาย แต่ละคำนั้นล้วนแต่จะมีความหมายที่แตกต่างกันไป แต่ในความหมายของแต่ละคำนั้นล้วนเป็นสิ่งที่เราจะต้องทำ และยึดถือปฏิบัติในสิ่งนั้นเหมือนกัน

2. ในสังคมทุกวันนี้ กฎหมาย เข้ามาเกี่ยวข้องและมีบทบาทต่อมนุษย์อย่างไร หากไม่มีจะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามีกฎหมายจริงหรือที่ว่าสามารถใช้บังคับได้ สังคมทุกวันนี้สงบตามที่นักกฎหมายได้บัญญัติขึ้น จงให้เหตุผลยกตัวอย่าง 
ตอบ  กฏหมาย เข้ามามีบทบาทในการลงโทษ บุคคลที่กระทำความผิด หรือ กระทำในสิ่งที่สังคมเชื่อว่าสิ่งนั่้น มีความเลวร้าย จึงสมควรได้รับโทษ หากบ้านเมืองไม่มีกฎหมายบังคับใช้ บ้านเมืองก็คงมีแต่ความวุ่นวาย ผู้คนในสังคมก็จะกระทำการสิ่งใดตามใจตนเอง บ้านเมืองเกิดความขัดเเย้ง รบราฆ่าฟัน เพื่อความอยู่รอดของตนเอง กฎหมายจึงมีความสำคัญ
1. กฎหมายสร้างความเป็นระเบียบเรัยบร้อยแก่สังคมและประเทศชาติ
เมื่อทุกคนรู้และปฎิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้องแล้วย่อมไม่เกิดปัญหา และข้อพิพาทระหว่างกันสังคมยอม       เป็นระเบียบและมีความสุขอันจะเป็นผลดีต่อประเทศสืบต่อไป
2. การบริหารราชการแผ่นดินและการปกครองบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
 ประเทศใดประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจและปฎิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดก็จะทำให้การบริหารประเทศเป็นไปด้วยดี และมีส่วนทำให้มีการพัฒนาเป็นไปอย่างรวดเร็ว  ดังตัวอย่างเช่น  เมื่อประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ของตนที่มีต่อประเทศชาติก็จะสามารถปฎิบัติหน้าที่ของตนได้อย่างครบถ้วน เช่น    หน้าที่ในการป้องกันประเทศ   หน้าที่ในการเสียภาษี   หน้าที่ในการเป็นทหารรับใช้ชาติ    เป็นต้น
3. สังคมจะสงบสุขเมื่อทุกคนปฎิบัติตามกฎหมาย 
และรู้ว่าตนมีสิทธิของตนอยู่เพียงไร  ไม่ไปล่วงล้ำสิทธิของผู้อื่น  ถ้าทุกคนปฎิบัติตามขอบเขตของกฎหมาย  ก็จะไม่การทะเลาะวิวาทกัน  เช่นทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการพูด  การเขียน  แต่ต้องปฏิบัติตนอยู่ในขอบเขต  ไม่ดูหมินเหยียดหยามผู้อื่นเพราะอาจทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันได้
4. กฎหมายสร้างความเท่าเทียมในความเป็นมนุษย์ 
เพราะกฎหมายจะมีข้อบังคับแก่ทุกคน  ดังนั้นไม่ว่า    ใครก็ตามที่ประพฤติผิดกฎหมาย  หรือถูกผู้อื่นเอาเปรียบ  ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีฐานะร่ำรวย  ฐานะยากจน หรือเป็นผู้ที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานระดับสูงเพียงใดก็ตามไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงกฎหมายได้  ต้องรับโทษตามความผิด 
5. กฎหมายเป็นกฎเกณฑ์ที่สำคัญ เพื่อก่อให้เกิดความยุติธรรม
ในกรณีที่เกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้น  มีการฟ้องร้องคดีกัน  เพื่อขอความยุติธรรมจากศาล  ศาลก็ต้องตัดสินโดยยึดตัวบทกฎหมายเป็นหลักในการพิจารณาคดี  เพื่อให้ทุกคนได้รับความยุติธรรมเท่าเทียมกัน
 การมีส่วนร่วมของประชาชน
การมีส่วนร่วมทางการเมืองเป็นหลักสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชน  รวมทั้งเป็นตัวบ่งชี้วัดว่าสังคมมีความเป็นประชาธิปไตยมากน้อยเพียงใด กล่าวคือ  ถ้าประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองสูง  แสดงว่าสังคมนั้นมีการพัฒนาทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยสูงและเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงอุดมการณ์ทางการเมืองของประชาชน
อีกด้วย  เช่น
1. การไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง  
เพื่อลงคะแนนเสียงตามความเห็นชอบ ในการเลือกผู้ที่เข้าไปทำหน้าที่แทนตนเองในการบริหารท้องถิ่น ประเทศชาติ และกฎหมายเป็นต้น
2.การเข้าชื่อเสนอกฎหมาย
หากเห็นว่ากฎหมายใดที่เกี่ยวข้องกับสิทธิและเสรีภาพของประชาชน  โดยจะต้องรวบรวมรายชื่อไม่น้อยไปกว่า 10,000 คน 
3.รวมตัวจัดตั้งพรรคการเมือง
เพื่อจัดทำกิจกรรมต่างๆทางการเมือง  
4.การถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและข้าราชการระดับสูง
สามารถกระทำได้โดยผู้มีสิทธฺเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 20,000 คน  มีสิทธิเข้าร้อง ขอต่อประธานวุฒิสมาชิก  เพื่อให้มีมติถอดกอนนายกรัฐมนตรี   รัฐมนตรี  สมาชิกผู้แทนราษฏร
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ  หรือผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงที่มีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติส่อไปในทางทุจริต  เป็นต้น
5.การออกเสียงประชามติ
 เป็นการเปิดโอกาสให้กับประชาชนเช้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆที่มีผลต่อประเทศชาติและประชาชน
นอกจากนี้  ยังได้มีการเพิ่มอำนาจประชาชน ในการเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครองท้องถิ่น ซึ่งเป็นกรกระจายอำนาจการตัดสินใจลงสู่ระดับท้องถิ่น  โดยประชาชนในพื้นที่ดูแลตรวจสอบการใช้อำนาจของผู้บริหารท้องถิ่น และที่สำคัญยังเปิดให้ประชาชน ห้าหมื่นคน เข้าเสนอชื่อขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ  เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองตามระบอบประชาธิปประไตย

3. พระราชบัญญัติการการศึกษา มีหลักในการจัดการศึกษาและแนวการจัดการศึกษาทำได้อย่างไร จงอธิบาย
ตอบ  การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด ผู้เรียนทุกคน สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ดังนั้นกระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน ได้พัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ การจัดการศึกษาทั้งสามรูปแบบในหมวด 3 ต้องเน้นทั้งความรู้ คุณธรรม และ กระบวนการเรียนรู้ ในเรื่องสาระความรู้ ให้บูรณาการความรู้และทักษะด้านต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับแต่ ละระดับการศึกษา ได้แก่ ด้านความรู้เกี่ยวกับตนเองและความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับสังคม ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปัญญาไทย และการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา ด้านภาษา โดยเฉพาะการใช้ภาษาไทย ด้านคณิตศาสตร์ ด้านการประกอบอาชีพ และการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข ในเรื่องการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมที่สอดคล้องกับ ความสนใจ ความถนัดของผู้เรียน และความแตกต่างระหว่างบุคคล รวมทั้งให้ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการการเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ความรู้มาใช้ป้องกันและแก้ปัญหา จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติจริง ผสมผสานสาระความรู้ด้านต่าง ๆ อย่างสมดุล และปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ในทุกวิชา นอกจากนั้น ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ยังต้องส่งเสริมให้ผู้สอน จัดบรรยากาศ และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อและแหล่งวิทยาการประเภทต่าง ๆ จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ มีการประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองและชุมชน รวมทั้งส่งเสริมการดำเนินงาน และการจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบ การประเมินผลผู้เรียน ให้สถานศึกษาพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ความ ประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรม และการทดสอบ ส่วนการจัดสรรโอกาสการเข้าศึกษาต่อ ให้ใช้วิธีการที่หลากหลายและนำผลการประเมินผู้เรียนมาใช้ประกอบด้วย หลักสูตรการศึกษาทุกระดับและทุกประเภท ต้องมีความหลากหลาย โดยส่วน กลางจัดทำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เน้นความเป็นไทยและความเป็นพลเมืองดี การดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อและให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดทำหลักสูตรในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และคุณลักษณะของสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชนสังคมและประเทศชาติ สำหรับหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษาเพิ่มเรื่องการพัฒนาวิชาการ วิชาชีพชั้นสูงและการค้นคว้าวิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และสังคมศึกษา 

4. ในฐานะที่นักศึกษาทุกคนทราบว่าประเทศไทยขณะนี้อยู่ในช่วงปฏิวัติ นักศึกษาคิดว่าประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจาก  สาเหตุอย่างไร วิธีการที่คณะรัฐบาลทหารแก้ไขอยู่นี้น่าจะดีหรือไม่ดีจงให้เหตุผลและอธิบาย
ตอบ  ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจาก      
ประเด็นแรก รัฐบาลต้องติดกับดัก เผด็จการประกอบด้วย 3 เหตุผล     
ประเด็นที่สอง การปราบคอร์รัปชัน      
ประเด็นที่สาม ระบบการคมนาคมขนส่ง
ประเด็นที่สี่ ภาคการเกษตร
ประเด็นที่ห้า การจัดการเรื่องราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค
ประเด็นที่หก การควบคุมราคาสลากกินแบ่งรัฐบาล
ประเด็นที่เจ็ด ปัญหาเรื่องสาธารณสุข
ประเด็นที่แปด ภาคเศรษฐกิจ
ประเด็นที่เก้า การสร้างความปรองดอง
วิธีการที่คณะรัฐบาลทหารแก้ไขอยู่นี้น่าจะดี เพราะ มาถึงวันนี้การทำงานของ รัฐบาลพลเอก
ประยุทธ์ด้วยข้อแตกต่างในการเข้ามาบริหารประเทศจากการรัฐประหารและได้ชื่อว่าเป็น รัฐบาลทหารที่มีการใช้อำนาจมากที่สุด ทั้งนี้เพราะได้รับบทเรียนมาจากการรัฐประหารเมื่อปี 2549 ที่หลายฝ่ายมองว่าไม่เด็ดขาด ในยุคนี้จึงเข้าไปคุมเข้มและสอดแทรกทุกหย่อมหญ้า แม้กระทั่งในสถาบันการศึกษา ที่ฝ่ายทหารเชื่อว่ามีขบวนการใต้ดินที่ใช้นักศึกษาเป็นเครื่องมือในการต่อต้านรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
        สิ่งที่ปรากฏให้เห็นว่าเป็นการใช้อำนาจมากที่สุดก็คือการยังคงอำนาจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ด้วยอำนาจที่มีมากมายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จึงอาจเป็นดาบสองคมที่ทำให้ต้องเผชิญกับปัญหาและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมาย โดยเฉพาะในสายตาของนักวิชาการหลายท่าน รวมไปถึงจากสถาบันทีดีอาร์ไอ ได้สรุปผลงานของรัฐบาลไว้อย่างน่าสนใจ
     
5.ความเคลื่อนไหวทางการศึกษากระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศมีการปฏิรูปขึ้น หากหน่วยงานทางการศึกษา เช่นเขตพื้นที่ประถมศึกษา เขตพื้นที่มัธยมศึกษา มีการยุบ และได้มีการนำสถานศึกษาขั้นพื้นฐานไปสู่จังหวัดในรูปแบบองค์คณะบุคคลเช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดขึ้นตรงต่อผู้ว่าราชการจังหวัดท่านเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไรจงอธิบาย
ตอบ  เห็นด้วย เพราะ
การบูรณาการงานระดับพื้นที่    โครงสร้างการบริหารจัดการแบบเดิมของกระทรวงศึกษาธิการในส่วนภูมิภาคนั้น จะพบว่ามีปัญหาเรื่องการบูรณาการในการดำเนินงานของระดับพื้นที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนในระดับต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งโรงเรียนในระดับเดียวกัน ภายในจังหวัดเดียวกันก็ยังไม่เชื่อมโยง อีกทั้งโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะหลุดวงโคจรจากการบริหารจัดการโดยสิ้นเชิง เนื่องจากต่างคนต่างบริหารจัดการ แม้ว่าทุกหน่วยงานจะได้รับแนวทางและนโยบายจากกระทรวงศึกษาธิการไปดำเนินการ แต่เมื่อถึงเวลาดำเนินการจริงจะไม่มีความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ตัวอย่างเช่น ในเขตพื้นที่การศึกษาของจังหวัดหนึ่ง อาจจะมีเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจำนวนมาก ซึ่งแต่ละเขตก็จะไม่ได้หารือกัน ทำให้ยากต่อการบูรณาการระดับพื้นที่ ทำให้ขับเคลื่อนนโยบายในการบริหารงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างเป็นเอกภาพ ในขณะที่โครงสร้างแบบเดิมดำเนินการในส่วนนี้ได้ยาก
2 ช่วงการบังคับบัญชากว้าง  อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกิดปรับโครงสร้าง คือ การที่มีช่วงการบังคับบัญชากว้าง กล่าวคือ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานต้องกำกับดูแลผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาทั้งหมด 225 คน เทียบอัตราส่วน 1 ต่อ 225  ส่วนเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาก็มีภาระหนักขึ้น เนื่องจากมีสถานศึกษาอาชีวศึกษาของรัฐและเอกชนรวมกันถึง 886 แห่ง ซึ่งโครงสร้างใหม่จะทำให้สัดส่วนในการกำกับดูแลน้อยลง ด้วยการที่ รมว.ศึกษาธิการ กำกับดูแลสำนักงานศึกษาธิการภาค 18 แห่ง จากนั้นสำนักงานศึกษาธิการภาค 18 แห่ง จะกำกับดูแลสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด 77 จังหวัด ต่างจากแบบเดิมที่คุมคนเยอะ ทำให้ดูแลกันไม่ทั่วถึง
3 เพิ่มความเป็นเอกภาพในการบริหารจัดการศึกษา  นอกจากนี้ การดำเนินงานตามโครงสร้างแบบเดิมพบว่า ทั้ง สพฐ.และ สำนักงาน ก.ค.ศ. ต่างคนต่างดำเนินการไม่บูรณาการซึ่งกันและกัน โดย สพฐ. ทำหน้าที่ดูแลศึกษานิเทศก์ และคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา (กพท.) ส่วน สำนักงาน ก.ค.ศ.จะกำกับดูแล อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ ที่มีอำนาจดูแลเรื่องการบริหารงานบุคคล โครงสร้างแบบใหม่จะยุบ กพท. และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ แต่ สพฐ. จะยังคงทำหน้าที่ประเมินผลและนิเทศเช่นเดิม ตลอดจนเรื่องการจัดสรรงบประมาณและงานบริหารทั่วไป ส่วนการบริหารงานวิชาการจะเข้าบอร์ดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ซึ่งจะเป็นหน่วยงานที่ดูในภาพรวม ดังนั้น ทั้ง 2 ส่วนงานที่ถูกยุบไปไม่ได้หายไปไหน แต่ย้ายไปอยู่บอร์ดใหญ่ของผู้ว่าราชการจังหวัด
4 ความคล่องตัวในการบริหารงานบุคคล ที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการพบปัญหาเรื่องความคล่องตัวในการบริหารงานบุคคล 4 ประการ ได้แก่ การเกลี่ยครูหรือเปลี่ยนครูข้ามเขต, การบรรจุครูใหม่ในแต่ละเขต, การคัดเลือกผู้อำนวยการโรงเรียน และการดำเนินการทางวินัย ปัญหาดังกล่าวที่ดำเนินการโดยโครงสร้างเดิมนั้นไม่ทันต่อเวลา
 จึงได้ปรับโครงสร้างใหม่ที่จะทำในรูปแบบของจังหวัด ซึ่งจะพิจารณาได้ในขอบข่ายที่กว้างขึ้น เช่น การเปลี่ยนครูในโรงเรียนที่ขาดก็จะทำได้ดีขึ้น การบรรจุครูใหม่ก็เช่นเดียวกัน ส่วนผู้อำนวยการโรงเรียนก็มีตัวเลือกที่จะสามารถหมุนเวียนได้มากกว่าเดิม ทำให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารงานมากขึ้น

6.ในฐานะที่นักศึกษาจะลงไปฝึกสอนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน วิชากฎหมายนี้นักศึกษาสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไรจงยกตัวอย่างที่นักศึกษาคิดว่านำไปปฏิบัติกับตัวนักศึกษาและนักเรียนได้ ยกตัวอย่างอธิบายพร้อมเหตุผลทำไมจึงทำเช่นนั้น
ตอบ ในฐานะที่เราจะไปนักศึกษาฝึกสอนในสถานศึกษา วิชากฎหมายนี้ถือได้มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เปรียบเสมือนแนวทางในการปฏิบัติตัวเองในสถานศึกษา เป็นภูมิคุ้มกันตัวเองในการฝึกสอน ต้องรู้จักว่าสิ่งใดทำได้ สิ่งใดไม่สามารถกระทำได้เพราะถ้าหราเราไปกระทำตัวผิด ตามกฎหมายอาจจะเกิดความเสียหายได้ในภายหลัง  วิชากฎหมายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ ตัวอย่างเช่น  การศึกษาและเข้าใจในเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวกับการศึกษาและพระราชบัญญัติของการศึกษา ทำให้สามารถนำไปปรับใช้ในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ  โดยถ้ามีความรู้และความเข้าใจสามารถนำไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติตน เมื่อรู้ว่าข้อบังคับหรือกฎต่างๆ ทีเกี่ยวข้องกับการศึกษา  ทำให้เราหลีกเหลี่ยงการทำผิดกฎได้และสามารถทำให้เราปฏิบัติตามกรอบของบังคับทีกฎหมายกำหนด   ส่วนการนำไปปฏิบัติกับตัวนักเรียน  เมื่อเราไปเป็นครูหรือออกไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพ  เราสามารถนำความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการศึกษาไปปรับใช้ในการสอนนักเรียน  เช่น  การพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ    การให้สถานศึกษาจัดการประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน  ความประพฤติ  การสังเกตพฤติกรรมการเรียน

7. คำว่าการประกันคุณภาพมีความหมายอย่างไร มีหลักการประกันอย่างไร ถ้าหน่วยงานของต้นสังกัดลงมือทำเองเรียกว่าอะไรเข้ามีวิธีการทำอย่างไร หากนอกสังกัดเขาลงมือทำเขาเรียนว่าอะไร มีขั้นตอนการดำเนินงานอย่างไร (ให้ตอบเฉพาะของการศึกษาขั้นพื้นฐาน)
ตอบ  การประกันคุณภาพ หมายถึงกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งได้รับการวางแผนและจัดระบบแล้วในกระบวนการบริหารคุณภาพ ที่ช่วยสร้างความมั่นใจว่าจะได้คุณภาพตามที่กำหนดไว้
การประกันคุณภาพการศึกษามีหลักการดังนี้
สร้างความมั่นใจและความพึงพอใจในคุณภาพการศึกษา
การป้องกันปัญหา ต้องมีการวางแผนและการเตรียมการ
ตั้งมั่นบนหลักวิชาในการพัฒนาหลักวิชาชีพ
การดำเนินงานสามารถติดตามตรวจสอบและประเมินตนเองได้
การดำเนินงานเน้นคุณภาพในการปฏิบัติงานทุกระดับทุกขั้นตอน
การสร้างความรู้ ทักษะ และความมั่นใจให้กับบุคลากรในสถานศึกษา
การประสานสัมพันธ์ในองค์กรและบุคลากรในพื้นที่
การเน้นภาวะผู้นำของผู้บริหาร

8. ในฐานะที่ท่านจะเป็นครูมืออาชีพท่านจะต้องนำวิชากฎหมายและการประกันคุณภาพมาประยุกต์ใช้ได้อย่างไร ตั้งแต่เรื่องการจัดการเรียนการสอน ชุมชน การดูแลนักเรียน ขอให้ตอบโดยนำหลักคิดมาประยุกต์ใช้
ตอบ   เราสามารถนำวิชากฎหมายและการประกันคุณภาพมาประยุกต์ใช้ได้ปรับปรุงได้โดยการรู้จัก
แก้ไขการปฏิบัติงานที่พบว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน และมาตรฐานคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ติดตาม ตรวจสอบแก้ไขปรับปรุงการปฏิบัติงานที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงานและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ตามระยะเวลาที่เหมาะสมที่ผู้ปฏิบัติได้กำหนดไว้ว่าจะแก้ไขเสร็จ ทั้งนี้ เพื่อให้แน่ใจว่า ข้อบกพร่องที่พบ ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง สรุปผลการตรวจสอบ และรายงานผลการตรวจสอบการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาโดยการจัดทำรายงานผลการประเมินตนเอง สำหรับงานที่มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ ให้พัฒนาการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพดี   ยิ่ง ๆ ขึ้นต่อไป

9. วิชานี้ท่านคิดว่าเรียนไปแล้วมีประโยชน์หรือไม่ ถ้านักศึกษาไม่ได้เรียนก่อนฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูน่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง โปรดยกตัวอย่างประกอบการอธิบายและเมื่อได้เรียนแล้วจะได้ระมัดระวังอย่างไร
ตอบ วิชากฎหมายและการประกันคุณภาพการศึกษา เป็นวิชาที่มีความสำคัญมากกับนักศึกษาวิชาชีพครู
เพราะถ้าไม่ได้เรียน เราก็อาจจะไม่ให้ความสำคัญกับมันเลย และไม่ทราบถึงรายละเอียด ข้อห้าม หรือกฎบังคับ เกี่ยวกับ การศึกษา ซึ่งถ้าเราประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่เป็นข้อห้าม ก็อาจจะส่งผลเสียต่อตัวเราเอง ซึ่งหลังจากการได้รับการเรียนรู้ในรายวิชานี้ ทำให้นักศึกษาต้องยึดหลักในการปฏิบัติ เเละให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และนักศึกษามีความรู้ความเข้าใจในรายละเอียดที่ค่อนข้างลึกซึ้งมาก ดังนั้นในการทำความเข้าใจในเนื้อหา ต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างมาก เเต่ก็เป็นประโยชน์ต่อผู้เป็นครูในอนาคต

10. การสอนแบบใช้เทคโนโลยีเวบล็อกผสมผสานกับรายงานของนักศึกษา นักศึกษาคิดว่ามีประโยชน์หรือไม่อย่างไรจงแสดงความคิดเห็นตามแนวคิดของนักศึกษา.
ตอบ   สำหรับตัวดิฉันเอง การเรียนในรายวิชานี้นับว่ามีประโยชน์ต่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย ได้ใช้

ทักษะทางด้านเทคโนโลยีเข้ามาบูรณาการณ์ในการเรียนรู้ร่วมกันกับครูผู้สอนและเพื่อนๆในห้อง ผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต หลายครั้งที่มีปัญหา ครูผู้สอนก็ให้คำแนะนำเป็นอย่างดี จนทำให้ดิฉันมี บล็อกเป็นของตนเอง เพื่อการนำไปสู่การเรียนในรูปแบบใหม่ๆ ที่ไม่เคยได้เรียนในรายวิชาอื่นเหมาะสมกับความก้าวหน้าในปัจจุบันของโลกโลกาวิวัฒน์ และทำให้ผู้เรียนค้นหาข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น และที่สำคัญเป็นการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ทำให้ผู้เรียนได้เกดการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง 

วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2559

อนุทินที่ 7

แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ.2545-2559)
1.จงบอกสภาพปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบันว่ามีอะไรบ้างและท่านมีแนวคิดในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างไร
ตอบ  สภาพปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบัน มีดังนี้
1. ปัญหาความยากจน
แนวทางการแก้ไข ต้องมีการพัฒนาเศรษฐกิจ เช่น การกระจายรายได้  การสร้างงานในชนบท  ขยายการคมนาคมขนส่ง เป็นต้น
2. ปัญหาอาชญากรรม
แนวทางการแก้ไข   ต้องให้รัฐและหน่วยงานที่รับผิดชอบควรช่วยกันแก้ไขปัญหา   ปลูกฝังและพัฒนาจิตใจของสมาชิกในสังคมให้มีคุณธรรม  อบรมสั่งสอนและให้ความรัก ความอบอุ่น และรวมถึงให้ความร่วมมือกับหน่วยงานและเจ้าหน้าที่
3. ปัญหายาเสพติด
แนวทางการแก้ไข    ควรมีการให้ความรู้เรื่องโทษของยาเสพย์ติด  ป้องกันและปราบปรามผู้ซื้อและผู้ขายอย่างเด็ดขาด   การร่วมมือสอดส่องดูแลความประพฤติของเด็กอย่างใกล้ชิดและจัดให้มีการบำบัดและรักษาผู้ติดยาเสพย์ติด
4. ปัญหาโรคเอดส์
แนวทางการแก้ไข  ให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการโรคเอดส์ให้กับประชาชน   ไม่เสพย์สิ่งเสพย์ติด โดยเฉพาะการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน     ระมัดระวังการติดเชื้อโดยทางสายเลือด
5. ปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น อากาศเป็นพิษ น้ำเน่าเสีย เสียงเป็นพิษ ขยะมูลฝอย เป็นต้น 
แนวทางการแก้ไข   ให้การศึกษาและคำแนะนำต่าง ๆ แก่สมาชิกในสังคม    วางนโยบายการป้องกันการทำลายสิ่งแวดล้อม    ลงโทษผู้ฝ่าฝืนและกระทำผิดอย่างจริงจัง

2. จงอธิบายทิศทางใหม่ในการจัดการศึกษาตามแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว 15 ปี ตามที่ท่านมีภูมิรู้และเข้าใจ
ตอบ    ทิศทางแผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ.2560-2574)  รมว.ศึกษาธิการ กล่าวรายงานการจัดประชุมว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) มีภารกิจหลักในการจัดทำนโยบายและแผนการศึกษาแห่งชาติ ที่บูรณาการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม กีฬากับการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท โดยแผนการศึกษาแห่งชาติฉบับปัจจุบันจะสิ้นสุดเวลาของแผนในปี 2559 เพื่อให้ทันเวลาในการประกาศใช้แผนการศึกษาแห่งชาติฉบับต่อไปในปี 2560 สกศ.จึงได้ดำเนินการจัดทำแผนการศึกษา พ.ศ.2560-2574 ระยะเวลา 15 ปี เพื่อเป็นแผนแม่บทสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำไปใช้เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาการศึกษาในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ที่เน้นการให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดความครอบคลุมและเป็นที่ยอมรับของผู้เกี่ยวข้อง
ร่างกรอบทิศทางแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2574 ประกอบด้วยยุทธศาสตร์ 9ด้าน คือ
1) ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการระบบข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการศึกษา
2) ยุทธศาสตร์การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการระดับสถานศึกษา
3) ยุทธศาสตร์การกระจายอำนาจไปสู่สถานศึกษา
4) ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนของสังคม
5) ยุทธศาสตร์การปรับระบบและกลไกการบริหารงานบุคคล
6) ยุทธศาสตร์การปฏิรูประบบทรัพยากรและการเงินเพื่อการศึกษา
7) ยุทธศาสตร์การพัฒนาหลักสูตร กระบวนการจัดการเรียนการสอน การวัดและประเมินผลผู้เรียน
8) ยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนากำลังคนเพื่อสนองตอบตลาดแรงงานและการพัฒนาประเทศ (สถาบันอาชีวศึกษา/สถาบันอุดมศึกษา)
9) ยุทธศาสตร์การพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต

จากการนำเสนอความเป็นมาในการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ จะเห็นได้ว่าทุกคนได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร แต่การพัฒนาบุคลากรนั้นยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ดังนั้น การระดมความคิดเห็นครั้งนี้ เพื่อนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประสบการณ์ของทุกท่าน ณ ที่นี้ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ และจะเป็นโอกาสสำคัญในการวางรากฐานสู่อนาคตอีก 15ปีข้างหน้า ซึ่งการเตรียมการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาบุคลากรและระบบการศึกษาของประเทศครั้งนี้ ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง ที่จะพิสูจน์ว่าประเทศจะไปตามทิศทางที่คาดหวังไว้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญในการสร้างบุคลากร ก็คือครูและผู้บริหารทุกคนที่อยู่ ณ ที่นี้ ที่จะเป็นผู้สร้างบุคลากรที่ดีให้กับประเทศ ดังนั้นครูและผู้บริหารต้องมีการเตรียมพัฒนาตนเองทั้งด้านวิชาการและความคิดที่เกิดประโยชน์กับการสร้างแผนงานต่างๆ เพื่อนำพาบุตรหลานไปสู่ความก้าวหน้าต่อไป ซึ่งตนมีความเชื่อมั่นในตัวครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ตลอดจนเชื่อมั่นต่อ สกศ. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ว่าจะสามารถระดมความคิดเห็น วางกรอบ และบรรจุนัยสำคัญไว้ในแผน พร้อมขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบสอดคล้องกับการปฏิรูปและแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีของรัฐบาล และแผนของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ทั้งในแง่ของสังคมและเศรษฐกิจด้วย จึงขอเป็นกำลังใจและขอบคุณที่จัดการประชุมระดมความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ในครั้งนี้ และมีความยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือในประเด็นต่างๆ เท่าที่จะสามารถดำเนินการให้ได้
3. ท่านคิดว่าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตที่มุ่งพัฒนาให้เกิด "การพัฒนาที่ยั่งยืนและความอยู่ดีมีสุขของคนไทย" ได้อย่างไร
ตอบ    หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตที่มุ่งพัฒนาให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนและความอยู่ดีมีสุขของคนไทย   โดยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทาง การดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทย เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่ และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนา และบริหารประเทศให้ดำเนินไปใน ทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัฒน์ ชี้แนะแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนในทางที่ควรจะเป็นโดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัยและวิกฤติ เพื่อความมั่นคงและความยั่งยืนของการพัฒนา ความพอเพียงหมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี และต้องประกอบไปด้วยสองเงื่อนไข คือ เงื่อนไขความรู้ เงื่อนไขคุณธรรม 
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบไปด้วย 5 ส่วน ดังนี้
ส่วนที่ 1. กรอบแนวคิด 
           เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดำรงอยู่ และปฏิบัติตนในทางที่ควรจะเป็น โดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัย และวิกฤต เพื่อความมั่นคง และความยั่งยืนของการพัฒนา
ส่วนที่ 2. คุณลักษณะ
           เศรษฐกิจพอเพียง สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับ โดยเน้นการปฏิบัติบนทางสายกลาง และการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน
ส่วนที่ 3. คำนิยาม 
           ความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย 3 คุณลักษณะ ดังนี้
           ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไป และไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียน                     ตนเอง และผู้อื่น เช่นการผลิต และการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ
           ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ
           การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบ และการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้ และไกล
ส่วนที่ 4. เงื่อนไข 
            การตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้น ต้องอาศัยทั้งความรู้ และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน 2 เงื่อนไข ดังนี้
            เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน และความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ
            เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต
ส่วนที่ 5. แนวทางปฏิบัติ / ผลที่คาดว่าจะได้รับ 
             จากการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ คือ การพัฒนาที่สมดุล และยั่งยืน พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความรู้ และเทคโนโลยี
จากส่วนประกอบทั้ง 5 ส่วนนี้ ถ้าบุคคลใดสามารถยึดปฏิบัติในการดำรงชีวิตได้ บุคคลผู้นั้นย่อมเป็นบุคคลที่มีความเป็นอยู่ที่ดี สามารถพึ่งพาตนเองได้ และเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน


4. แนวนโยบายเพื่อดำเนินการพัฒนาคนตั้งแต่แรกเกิดจนตลอดชีวิตให้มีโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ มีเป้าหมายและ กรอบดำเนินการอย่างไร
ตอบ     เป้าหมาย
          1.เด็กปฐมวัยอายุ 0-5  ปีทุกคน ได้รับการพัฒนาและเตรียมความพร้อมทุกด้านก่อนเข้าสู่ระบบการศึกษา
          2. เด็กทุกคนจบการศึกษาภาคบังคับ
          3. คนไทยทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานสิบสองปี
          4. มีกำลังคนด้านอาชีวศึกษาระดับต่างๆ ที่มีคุณภาพ และปริมาณเพียงพอกับความต้องการของตลาดแรงงาน และการพัฒนาประเทศ
          5. มีการพัฒนาฝีมือแรงงานให้มีคุณภาพ และได้มาตรฐานในรูปแบบและวิธีการที่หลากหลาย
          6. ผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานสิบสองปีมีโอกาสได้รับการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่จัดในหลากหลายรูปแบบ
          7. มีการจัดบริการการศึกษาในรูปแบบและวิธีการต่างๆ ทั้งที่เป็นการศึกษาในระบบนอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย จากแหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่อย่างหลากหลาย เพื่อเพิ่มโอกาสและทางเลือกในการศึกษาของประชาชนทุกคน   
กรอบดำเนินการ
          1.ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนา และการเตรียมความพร้อมของเด็กปฐมวัยในรูปแบบที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความรู้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง รวมทั้งผู้ที่เตรียมตัวเป็นพ่อแม่
          2. ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาปฐมให้มีคุณภาพ ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย เพื่อพัฒนารากฐานพัฒนาการของทุกชีวิตอย่างเหมาะสม
          3. จัดบริการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งที่เป็นการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอธัยาศัย เพื่อให้บุคคลสามารถเข้าถึงบริการศึกษาที่หลากหลาย เพื่อการเรียนรู้ และการพัฒนาตนเองได้ตามความต้องการและความสนใจอย่างเหมาะสม
          4. ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ เพื่อพัฒนากำลังคนทุกระดับในภาคการผลิตต่างๆ และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ยกระดับความรู้ ความสามารถในทางวิชาชีพได้อย่างต่อเนื่อง
          5. ปรับปรุงคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้มีความหลากหลาย และให้เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ และตอบสนองความต้องการของชุมชนท้องถิ่น
          6. จัดบริการการศึกษาด้วยรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับบุคคลที่มีความสามารถพิเศษด้านต่างๆ
          7. ส่งเสริมการจัดการศึกษาเฉพาะทาง เพื่อสนองความต้องการเฉพาะโดยคำนึงถึงนโยบายและมาตรฐานการศึกษาของชาติ
          8. ส่งเสริมให้มีการจัดการศึกษาพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นที่ทางการรับรอง และการเผยแพร่ศาสนธรรมทั้งที่เป็นการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ในทุกระดับและประเภทการศึกษา
                   
5. แนวนโยบายเพื่อดำเนินการและเสริมสร้างศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน มีเป้าหมายและกรอบดำเนินการอย่างไร
ตอบ  เป้าหมาย
          1. มีการบูรณาการด้านการศึกษา ศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมทั้งในด้านเนื้อหา กระบวนการ และกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน
          2. บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน องค์กร เอกชน องค์กรวิชาชีพ  สถาบันศาสนา  สถานประกอบการ  และสถาบันสังคมอื่นทุกแห่ง ร่วมคิดและร่วมดำเนินงานเพื่อพัฒนาคนไทยทุกคนให้เป็นผู้มีศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม รวมทั้งค่านิยมเชิงสุนทรียภาพ และมีคุณลักษณะทีพุงประสงค์ตามระบบวิถีที่ดีงาม
          3. คนไทยส่วนใหญ่มีค่านิยม และพฤติกรรมที่เหมาะสมตามระบบวิถีชีวิตที่ดีงาม
          กรอบการดำเนินงาน
          1.ปฏิรูปโครงสร้างเนื้อหาของหลักสูตรในทุกระดับการศึกษา  ให้มีสาระของความรู้เกี่ยวกับความจริงของชีวิตและธรรมชาติ หลักธรรมของศาสนา คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม  อันดีงามของระบบวิถีชีวิตและเอกลักษณ์ไทย  เพื่อให้บรรลุถึงคุณลักษณะที่พึงประสงค์ต่างๆ  ทั้งด้านจิตใจ  และพฤติกรรมที่แสดงออก
          2. ส่งเสริมบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถานประกอบการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันศาสนา สถาบันวัฒนธรรม และสถาบันสังคมอื่น ให้มีส่วนร่วมอย่างสำคัญในการเสริมสร้างศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมอันดีงาม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของคนไทย  รวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์การเรียนต่างๆ
          3. บูรณาการการศึกษาและศาสนาเข้าด้วยกัน  โดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นทั้งความรู้และคุณธรรม  เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจในแก่นธรรมของแต่ละศาสนาที่ตนนับถือเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ  และสามารถใช้เป็นแนวในการพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติได้อย่างยั่งยืน
          4. ส่งเสริมและสนับสนุนวัฒนธรรมประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นอย่างจริงจังด้วยกระบวนการทางการศึกษาและฝึกอบรม

6.ท่านมีแนวทางในการพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ทำได้อย่างไร
ตอบ    “ สังคมแห่งการเรียนรู้เป็นสังคมแห่งภูมิปัญญา  ตระหนักถึงความสำคัญ  ความจำเป็นของการเรียนรู้ที่ทุกคนและทุกส่วนในสังคมมีความใฝ่รู้และพร้อมที่จะเรียนรู้อยู่เสมอ  การเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นและมีความต่อเนื่องเป็นปกติวิสัยในชีวิตประจำวันของคนทุกคน  ไปจนตลอดการสิ้นอายุขัย  เป็นการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นได้ในทุกเวลา  ทุกสถานที่  ของคนทุกคนในทุกสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม”
แนวทางในการพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้
พัฒนารูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย
-  พัฒนาบุคคล   องค์กร  ผู้ดำเนินงานในการจัดการความรู้
-  พัฒนากลไก กระบวนการถ่ายทอดความรู้
-  การสร้างบรรยากาศเพื่อเอื้อต่อการเรียนรู้
-  มีการบูรณาการใช้ความรู้เป็นฐานในการแก้ปัญหาและการพัฒนาที่เหมาะสมกับสภาพของชุมชน
-  มีการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดเก็บและค้นคว้าองค์ความรู้ได้อย่างรวดเร็ว
-  มีการสร้างสรรองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกและบริบทของสังคมไทย
-  มีการสร้างองค์ความรู้หรือเนื้อหาการเรียนรู้ที่สอดคล้องเหมาะสมกับศักยภาพและความต้องการการเรียนรู้ของบุคคลกลุ่มหรือชุมชน
-  มีแหล่งเรียนรู้อย่างเพียงพอ หลากหลาย ทั่วถึง
-  มีระบบข้อมูล สารสนเทศ แหล่งการเรียนรู้ทุกประเภท
-  มีการพัฒนาทรัพยากรการเรียนรู้ที่มีอยู่ในสังคมให้เป็นแหล่งการเรียนรู้   

7. การพัฒนาสภาพแวดล้อมเพื่อเป็นฐานในการพัฒนาคน ท่านเข้าใจว่าอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ    การพัฒนาสภาพแวดล้อมเพื่อเป็นฐานในการพัฒนาคน  เป็นการพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้เป็นสิ่งแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ เรียนรู้ได้ทุกที ทุกเวลา  เช่น มีแหล่งเรียนรู้อย่างเพียงพอ หลากหลาย ทั่วถึง
มีระบบข้อมูล สารสนเทศ แหล่งการเรียนรู้ทุกประเภท   มีการจัดระบบเครือข่ายเชื่อมโยงแหล่งการเรียนรู้
มีการพัฒนาทรัพยากรการเรียนรู้ที่มีอยู่ในสังคมให้เป็นแหล่งการเรียนรู้

8.การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาและการพัฒนาประเทศมีเป้าหมายและกรอบการดำเนินการอย่างไร
ตอบ   เป้าหมาย
          1.มีการใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพของการศึกษาอย่างทั่วถึงและทัดเทียมกันทุกเขตพื้นที่การศึกษาที่มีความเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายอย่างมีระบบ
          2.ประชาชนทุกคนเห็นความสำคัญและประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาและสามารถใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในการเพิ่มพูนความรู้อย่างต่อเนื่อง  เพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพ  และดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขตามสมควร
          กรอบดำเนินงาน
          1. ส่งเสริมหน่วยงานทุกระดับและสถานศึกษาทุกแห่งให้มีระบบฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงและสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้
          2. ใช้เทคโนโลยีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มคุณภาพของการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ
          3. ส่งเสริมและสนับสนุนผู้ใช้และผู้ผลิตเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาให้มีจิตสำนึก มีจรรยาบรรณ มีความรับผิดชอบต่อสังคม และผลิตสื่อเพื่อการศึกษาที่มีคุณภาพ
          4. พัฒนาผู้รับและผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาให้มีความสามรถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง สามารถเลือกสรร กลั่นกรอง และใช้ข้อมูลข่าวสารจากสื่อต่างๆ

9.แนวทางการบริหารเพื่อนำสู่แผนการปฏิบัติ มีอะไรบ้าง
ตอบ    1. ระดมสรรพกำลังของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเปิดให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมทุกกระบวนการมีการเปลี่ยนแปลงแผนสู่การปฏิบัติทุกขั้นตอน โดยให้มีการเรียนรู้แผนและบรูณาการกระบวนความคิดเพื่อจัดทำกรอบของแผนร่วมกัน
2. สร้างกรอบแนวคิดและหลักการในการจัดทำแผนพัฒนาและแผนปฏิบัติการของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติ และสอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของประชาชน โดยเปิดโอกาสให้มีการดำเนินการเพื่อทำข้อตกลงร่วมกันของบุคคล/องค์กรที่เกี่ยวข้อง
3. จัดทำกรอบและหลักเกณฑ์การแปลงแผนสู่การปฏิบัติ เพื่อให้แผนงาน แผนเงิน และแผนคน สอดคล้องกับยุทธ์ศาสตร์และแนวทางทางการดำเนินงานที่กำหนดไว้ในแผนการศึกษาแห่งชาติ
4. ระบุองค์ที่รับผิดชอบในการทำแผนพัฒนาและแผนปฏิบัติการเฉพาะด้านตามภาระงานที่รับผิดชอบและนำไปสู่แผนการปฏิบัติ

10. การประเมินผลแผนการศึกษาแห่งชาติ มีขั้นตอน และกระบวนการประเมินอย่างไร
ตอบ     ขั้นตอนและกรบวนการประเมินผลแผนการศึกษาแห่งชาติ
1. การประเมินผลขั้นเตรียมความพร้อม
2. ประเมินกระบวนการปฏิบัติของแผน
3. ประเมินผลผลิต ผลลัพธ์ และผลประโยชน์ของแผนที่ส่งไปยังกลุ่มเป้าหมาย
 4. ให้องค์กรกลางเป็นผู้ทำการประเมินโดยตรง โดยประชาชน ประชาคม และบุคลากรภายนอกองค์กรเป็นผู้ให้ข้อมูลการประเมิน