วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

อนุทินที่ 3

แบบฝึกหัด

เมื่อนักศึกษาได้ศึกษาบทเรียนนี้แล้ว จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อ

1.  ใครเป็นผู้ขอพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับแรก และมีเหตุผลอย่างไร และประเด็นที่ เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา เป็นอย่างไร อธิบาย
ตอบ  ผู้ขอพระราชทานรัฐนูญฉบับแรก คือ นายปรีดี พนมยงค์ เป็นผู้ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในขณะนั้น  ได้ปรารภกับนายควง  อภัยวงศ์ นายกรัฐมนตรีว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระมหากษัตริย์ได้พระราชทานแก่ชนชาวไทยมาแล้วเป็นปีที่ 14  แม้ว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีรัฐธรรมนูญเป็นหลักนี้จะได้ยังความเจริญให้แก่   ประเทศชาตินับเป็นอเนกประการ  ทั้งประชาชนได้ซาบซึ้งถึงคุณประโยชน์ของการปกครองระบอบนี้ เป็นอย่างดี แต่เหตุการณ์บ้านเมืองก็ได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นอันมาก บทเฉพาะกาลและปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยขึ้น  และสภาผู้แทนราษฎร์ได้แต่งตั้งตั้งคณะกรรมการวิสามัญขึ้น
เหตุผล คือ ต้องการให้คนในประเทศเป็นอยู่มีระบบ และต้องการให้มีการจัดการศึกษา
ประเด็นเกี่ยวกับการศึกษา คือ ให้สิทธิเสรีภาพกับทุกคนในการศึกษา โดยไม่บังคับการศึกษา

2. แนวนโยบายแห่งรัฐในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ของรัฐธรรมนูญฯ พุทธศักราช 2492 ได้กำหนดอย่างไร อธิบาย 
ตอบ   รัฐธรรมนูญฯ 2492 กำหนดไว้ว่า
1)    เป็นรัฐธรรมนูญที่เปลี่ยนชื่อมาใช้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2492  
2)  ในรัชสมัย รัชกาลที่ 9  โดยมีคณะอภิรัฐมนตรี ในหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ คือ รังสิตกรม กรมขุนชัยนาทนเรนทร อลงกฏ  ธานีนิวัต  พระยามานวราชเสวี  อดุลเดชจรัส       
              3)    เหตุผล ด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองได้วิวัฒนาการมาโดยลำดับ จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขรัฐธรรมนูญ  ให้อนุโลมตามกาลนิยม ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตรารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) แก้ไขเพิ่มเติม  ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติการของไทย ประกอบด้วยสมาชิกสี่สิบคน ซึ่งรัฐสภาเลือกจากสมาชิกวุฒิสภาสิบคน  สมาชิกสภาผู้แทนสิบคน และจากบุคคลภายนอก ผู้มีสมบัติต่าง ๆ กันสี่ประเภท ประเภทละ 5  คน
 4)  ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ศรีธรรมาธิเบศ  ประธานวุฒิสภา
               5)  โครงสร้างหรือองค์ประกอบของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 
 6)  ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา   

3.  เปรียบเทียบแนวนโยบายแห่งรัฐประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของรัฐธรรมนูญฯ พุทธศักราช 2511  พุทธศักราช 2517 และพุทธศักราช 2521 เหมือนหรือต่างกันอย่างไร อธิบาย
 ตอบ  เหมือนกัน  เพราะ เป็นรัฐธรรมนูญที่เปลี่ยนชื่อมาใช้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
  
  4.   ประเด็นที่ 1 รัฐธรรมนูญฯ พุทธศกราช 2475-2490 ประเด็นที่ 2 รัฐธรรมนูญฯ พุทธศักราช 25492-2517  ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเหมือนหรือต่างกันอย่างไร  อธิบาย
ตอบ      เหมือนกัน  คือ รัฐธรรมนูญฉบับแรกที่มีชื่อว่า  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475  ต่อมาได้เปลี่ยนคำว่าราชอาณาจักรสยามเป็นราชอาณาจักรไทย จนถึงปัจจุบัน และกล่าวถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาไม่มากหนัก ได้กำหนดสิทธิและเสรีภาพ    การพูด  การเขียน การศึกษาอบรม  การประชุมโดยเปิดเผย  การตั้งสมาคม  การอาชีพ

  5.    ประเด็นที่ 3 รัฐธรรมนูญฯ  พุทธศักราช 2521-2534    ประเด็นที่ 4   รัฐธรรมนูญฯ
พุทธศักราช 2540-2550  ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเหมือนหรือต่างกันอย่างไร  อธิบาย
ตอบ   ต่างกันประเด็นที่  3  สรุปได้ดังนี้
1.   บุคคลย่อมมีเสรีภาพและมีสิทธิเสมอกัน
              2.  เสรีภาพในวิชาการย่อมได้รับการคุ้มครองที่ไม่ขัดต่อหน้าที่พลเมือง
              3.  รัฐพึงส่งเสริมและบำรุงการศึกษาอบรม  
 4.  การศึกษาอบรมชั้นอุดมศึกษา 
              5.  การศึกษาภาคบังคับในสถานศึกษาของรัฐและท้องถิ่น จัดให้โดยไม่เก็บค่าเล่าเรียน
               6.  รัฐพึงช่วยเหลือผู้ยากไร้ให้ได้รับทุนและปัจจัยต่าง ๆ ในการศึกษาอบรมและการฝึกอาชีพ
               7.  รัฐสนับสนุนการวิจัยในศิลปะและวิทยาการต่าง ๆ และส่งเสริมการใช้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีในการพัฒนาประเทศ
               8.  รัฐพึงสนับสนุนและส่งเสริมเยาวชนของชาติ   ให้เป็นผู้ที่มีความสมบูรณ์  ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา คุณธรรม  และจริยธรรม  เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และเพื่อความมั่นคงของรัฐ 
ประเด็นที่  4 สรุปได้ดังนี้
1.สิทธิและเสรีภาพในเชิงวิชาการ
2.รัฐจัดการศึกษาให้กับบุคคลมีสิทธิเสมอกันในการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า  12  ปี 
3 รัฐต้องคุ้มครองและพัฒนาเด็กและเยาวชน   
4.รัฐจะต้องจัดการศึกษาอบรมและสนับสนุนให้เอกชน
5. รัฐส่งเสริมสนับสนุนการกระจายอำนาจ เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นชุมชนองค์กรต่าง ๆ
 6.ส่งเสริมและสนับสนุนความรู้รักสามัคคีและการเรียนรู้ ปลูกจิตสำนึก และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม 

  6.  เหตุใดรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับจะต้องระบุในประเด็นที่รัฐจะต้องจัดการศึกษาอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง  อธิบายตอบ  เพราะรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับต้องระบุให้ชัดเจน เพื่อจัดการศึกษาอย่างเป็นธรรมและทั่วถึงแก่เด็ก เป็นแนวทางในการศึกษาตามลำดับขั้นตอน

7.   เหตุใดรัฐจึงต้องกำหนด บุคคลมีหน้าที่รับการศึกษาอบรมตามเงื่อนไขและวิธีการที่กฎหมาย บัญญัติ จงอธิบาย หากไม่ปฏิบัติจะเกิดอะไรขึ้น
ตอบ    บุคคลที่มีหน้าที่รับการศึกษาอบรมตามเงื่อนไขและวิธีการที่กฎหมายบัญญัติไว้ เนื่องจากต้องการจัดระบบการศึกษาที่ถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ ตามกฎบัญญัติ  ถ้าหากไม่ปฏิบัติตามก็จะเกิดปัญหาทางการศึกษาและการศึกษาจะไม่เป็นระบบ

8.  การจัดการศึกษาที่เปิดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาหากเราพิจารณารัฐธรรมนูญมีฉบับใดบ้างที่ให้องค์กรส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วม  และถ้าเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมมากขึ้นท่านคิดว่าเป็นอย่างไร จงอธิบาย
 ตอบ   เป็นสิ่งที่ดีที่จะเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมมากเพราะ องค์การท้องถิ่นเป็นองค์กรที่ใกล้เคียงกับบทบาทของการใช้ชีวิตตามความจริง ใกล้ชิดชุมชนและได้เสนอแนะแนวทางร่วมกัน
  
9.  เหตุใดการจัดการศึกษา รัฐต้องคุ้มครองและพัฒนาเด็กและเยาวชน ส่งเสริมความเสมอภาคทั้งหญิงและชาย  พัฒนาความเป็นปึกแผ่นของครอบครัว  และความเข้มแข็งของชุมชน สงเคราะห์ผู้ ยากไร้  ผู้พิการหรือทุพพลภาพและผู้ ด้อยโอกาส  จงอธิบาย
 ตอบ   การจัดการศึกษาที่รัฐต้องคุ้มครอง การพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีสิทธิเสรีภาพที่เสมอเท่าเทียมกัน ถึงจะอยู่ร่วมกันได้อย่างสบสุ๘ สร้างความเป็นปึกแผ่นของสังคมที่ควรปฏิบัติ

10. ผลการจัดการศึกษาที่ผ่านมาของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มีผลต่อการพัฒนาประเทศอย่างไรบ้าง  จงอธิบาย

ตอบ   นับตั้งแต่ได้มีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยขึ้นและมีการปรับปรุงแก้ไขในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ได้มีวิวัฒนาการเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่เสรีภาพ การศึกษาอบรม ให้กับเด็กและเยาวชนให้เป็นผู้มีความสมบรูณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ  สติปัญญา  คุณธรรมจริยธรรม โดยมีแนวทางในการจัดการศึกษา รัฐจะต้องจัดการศึกษาและสนับสนุนให้เอกชนจัดการศึกษาอบรมให้เกิดความรู้คู่คุณธรรมเช่นกัน และจัดการศึกษาภาคบังคับให้เข้ารับการศึกษาอบรมโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย สำหรับการศึกษาภาคบังคับ  ต่อมาได้เพิ่มเติมจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไม่น้อยกว่า 12 ปี รัฐจะต้องจัดอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ พร้อมทั้งจัดให้มีกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ  หรือเรียกชื่อว่า พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติขึ้น